วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ภัยคุกคามระบบเครือข่ายสารสนเทศ


ภัยคุกคามระบบเครือข่ายสารสนเทศ

มัลแวร์ (Malware)

    คือความไม่ปกติทางโปรแกรม ที่สูญเสีย C (Confidentiality), I (Integrity) และ A (Availability) อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งหมด จนเกิดเป็นไวรัส เวิร์ม โทรจัน สปายแวร์ Backdoor และ Rootkit
การสูญเสีย C (Confidentiality) คือ สูญเสียความลับทางข้อมูล
การสูญเสีย I (Integrity) คือ สูญเสียความไม่เปลี่ยนแปลงของข้อมูล นั่นคือ ข้อมูลถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยเฉพาะส่วนสำคัญที่เกี่ยวโยงกับระบบภายในระบบปฏิบัติการ
การสูญเสีย A (Availability) คือ สูญเสียเสถียรภาพของระบบปฏิบัติการ



ไวรัสคอมพิวเตอร์ (computer virus) 


      คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บุกรุกเข้าไปในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ส่วนมากมักจะมีประสงค์ร้ายและสร้างความเสียหายให้กับระบบของเครื่องคอมพิวเตอร์นั้นๆ บ่อยครั้งที่ผู้คนจะสับสนระหว่างไวรัสกับเวิร์ม เวิร์มนั้นจะมีลักษณะของการแพร่กระจายโดยไม่ต้องพึ่งพาหะ ส่วนไวรัสนั้นจะสามารถแพร่กระจายได้ก็ต่อเมื่อมีพาหะนำพาไปเท่านั้น เช่น ทางเครือข่าย หรือทางแผ่นดิสก์ โดยไวรัสนั้นอาจฝังตัวอยู่กับแฟ้มข้อมูล และเครื่องคอมพิวเตอร์จะติดไวรัสเมื่อมีการเรียกใช้แฟ้มข้อมูลนั้น

หนอนคอมพิวเตอร์ (computer worm) 

      คือ หน่วยย่อยลงมาจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ปกติแล้ว หนอนคอมพิวเตอร์จะแพร่กระจายโดยไม่ผ่านการใช้งานของผู้ใช้ โดยมันจะคัดลอกและกระจายตัวมันเองข้ามเครือข่าย เช่น ระบบเครือข่าย หรือ อินเทอร์เน็ต เป็นต้น หนอนคอมพิวเตอร์สามารถทำลายข้อมูลและแบนด์วิทสร้างความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์รวมไปถึงการทำให้คอมพิวเตอร์หยุดทำงาน

ม้าโทรจัน (Trojan horse) 

     หมายถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกบรรจุเข้าไปในคอมพิวเตอร์ เพื่อลอบเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น เช่น ข้อมูลชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน เลขที่บัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ โดยส่วนใหญ่แฮกเกอร์จะส่งโปรแกรมเข้าไปในคอมพิวเตอร์เพื่อดักจับข้อมูลดังกล่าว แล้วนำไปใช้ในการเจาะระบบ และเพื่อโจมตีคอมพิวเตอร์,เซิร์ฟเวอร์หรือระบบเครือข่ายอีกที ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อการโจมตีเพื่อ "ปฏิเสธการให้บริการ" (Denial of Services)

สปายแวร์ (spyware)

      คือ ประเภทโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่บันทึกการกระทำของผู้ใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ และส่งผ่านอินเทอร์เน็ตโดยที่ผู้ใช้ไม่ได้รับทราบ โปรแกรมแอบดักข้อมูลนั้นสามารถรวบรวมข้อมูล สถิติการใช้งานจากผู้ใช้ได้หลายอย่างขึ้นอยู่กับการออกแบบของโปรแกรม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบันทึกเว็บไซต์ที่ผู้ใช้เข้าถึง และส่งไปยังบริษัทโฆษณาต่างๆ บางโปรแกรมอาจบันทึกว่าผู้ใช้พิมพ์อะไรบ้าง เพื่อพยายามค้นหารหัสผ่าน หรือเลขหมายบัตรเครดิต

ประตูหลัง (backdoor) 


      ในทางความมั่นคงของระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง รูรั่วของระบบรักษาความมั่นคง ที่ผู้ออกแบบหรือผู้ดูแลจงใจทิ้งไว้ โดยเป็นกลไกลลับทางซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ที่ใช้ข้ามผ่านการควบคุมความมั่นคง แต่อาจเปิดทางให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้ามาในระบบและก่อความเสียหายได้

Rootkit 


      เป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อซ่อนอ็อบเจ็กต์ต่างๆ เช่น กระบวนงาน ไฟล์ หรือข้อมูลในรีจิสทรี แม้จะเป็นโปรแกรมที่อาจไม่เป็นอันตรายเสมอไป แต่ก็ถูกนำมาใช้ในการซ่อนกิจกรรมที่เป็นอันตรายมากขึ้นในปัจจุบัน ทำให้คอมพิวเตอร์ใดๆ สามารถส่งสแปมหรือทำการโจมตีคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้โดยที่ผู้ใช้เป้าหมายไม่สามารถล่วงรู้และโปรแกรมด้านความปลอดภัยทั่วไปไม่สามารถตรวจจับได้


การโจมตีแบบอื่นๆ

การโจมตีแบบ DoS/DDoS 


      เป็นความพยายามโจมตีเพื่อทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทางหยุดทำงาน หรือสูญเสียเสถียรภาพ หากเครื่องต้นทาง(ผู้โจมตีมีเครื่องเดียว เรียกว่าการโจมตีแบบ Denial of Service (DoS) แต่หากผู้โจมตีมีมากและกระทำพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ จะเรียกว่าการโจมตีแบบ Distributed Denial of Service (DDoS) ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในปัจจุบัน ซึ่งมีภัยคุกคามมากมาย และแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันการโจมตีส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์ มักเป็นการโจมตีแบบ DDoS

BOTNET 


      เป็นเครือข่ายหุ่นรบที่ถือเป็นสะพานเชื่อมภัยคุกคามทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ด้วยมัลแวร์ทั้งหลายที่กล่าวในตอนต้นต้องการตัวนำทางเพื่อต่อยอดความเสียหาย และทำให้ยากแก่การควบคุมมากขึ้น ตัวนำทางที่ว่านี้ก็คือ Botnet ซึ่งก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เองโดยลำพัง เช่น Spam, DoS/DDoS และ Phishing เป็นต้น


Spam Mail 



      หรืออีเมล์ขยะ เป็นขยะออนไลน์ที่ส่งตรงถึงผู้รับ โดยที่ผู้รับสารนั้นไม่ต้องการ และสร้างความเดือดร้อน รำคาญให้กับผู้รับได้ ในลักษณะของการโฆษณาสินค้าหรือบริการ การชักชวนเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งอาจมีภัยคุกคามชนิด phishing แฝงเข้ามาด้วย ด้วยเหตุนี้จึงควรติดตั้งระบบ anti spam หรือหากใช้ฟรีอีเมล์ เช่น hotmail, yahoo ก็จะมีโปรแกรมคัดกรองอีเมล์ขยะในชั้นหนึ่งแล้ว

Phishing 


      คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต เพื่อขอข้อมูลที่สำคัญเช่น รหัสผ่าน หรือหมายเลขบัตรเครดิต โดยการส่งข้อความผ่านทางอีเมลหรือเมสเซนเจอร์ตัวอย่างของการฟิชชิง เช่น การบอกแก่ผู้รับปลายทางว่าเป็นธนาคารหรือบริษัทที่น่าเชื่อถือ และแจ้งว่ามีสาเหตุทำให้คุณต้องเข้าสู่ระบบและใส่ข้อมูลที่สำคัญใหม่ โดยเว็บไซต์ที่ลิงก์ไปนั้น มักจะมีหน้าตาคล้ายคลึงกับเว็บที่กล่าวถึง Phishing แผลงมาจากคำว่า fishing แปลว่าการตกปลา ซึ่งมีความหมายถึง การปล่อยให้ปลามากินเหยื่อที่ล่อไว้

Sniffing 


      เป็นการดักข้อมูลที่ส่งจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่ง หรือจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่ง เป็นวิธีการหนึ่งที่นักโจมตีระบบนิยมใช้

Hacking 


      เป็นการเจาะระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะกระทำด้วยมนุษย์ หรือ อาศัยโปรแกรมแฮกหลากรูปแบบ ที่หาได้ง่ายในโลกอินเทอร์เน็ต แถมยังใช้งานได้ง่าย ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญในคอมพิวเตอร์ก็สามารถเจาะระบบได้ จึงควรที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจะเฝ้าระวังและป้องกันตนเองให้ปลอดภัย





                                                   บรรณานุกรม

วรพงศ์ วัฒนาสาธร."ภัยคุกคาม เครือข่ายสารสนเทศ ภัยร้ายที่มาพร้อมความเปลี่ยนแปลง," 
              TELECOM JOURNAL.23 มกราคม 2557.หน้า 25.

วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัด บทที่ 8

                                                             แบบฝึกหัด

           บทที่ 8                                                                                                    กลุ่มที่เรียน 4 
   รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                                   รหัสวิชา 0026 008 
   ชื่อ - สกุล นางสาวสุวรรณีย์  รันนันท์                                                           รหัส 56011217115   
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          คำชี้แจง จงพิจารณากรณีศึกษานี้ 

           1)นาย A ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่ เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว C เมื่อนางสาว C ทราบเข้าก็เลยนำโปรแกรมนี้ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลองการกระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย ใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย 
             ตอบ
                     1. นาย A สร้างโปรแกรมโจมตีขึ้นก็จริง แต่จากโจทย์ A สร้างขึ้นเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น (เช่น เป็นส่วนหนึ่งของการทำโปรเจคของนิสิตสาขา ICT หรือ CS เป็นต้น) และ โจทย์ไม่ได้ระบุว่า  A นำไปใช้โจมตีบุคคลอื่นจริงๆ ดังนั้น  A ยังไม่ได้กระทำผิดจริยธรรมหรือผิดกฎหมาย ในเรื่องนี้
                    
                     2. นาย B ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมาย เพราะนำโปรแกรมไปแกล้งนางสาว จากโจทย์ระบุว่า "ใช้แกล้ง C" แสดงว่าในขณะนั้น C ถูกกลั่นแกล้ง และไม่ได้เต็มใจให้ B ทดลองโปรแกรมนี้กับตนแต่อย่างใด  แม้ B จะ "ทดลองใช้" ก็ตาม ดังนั้น B จึงผิดจริยธรรม และ B จะผิดกฎหมายด้วย หาก C ดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดต่อ ถ้าหากการแกล้งของ B ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นกับระบบคอมพิวเตอร์หรือไฟล์งานของ C โดยตรง และนาย B ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของ A เพราะการที่ B คัดลอกโปรแกรมของ A ไปใช้นั้น ไม่ได้นำออกเผยแพร่ แต่ B อาจผิดจริยธรรม ถ้าคัดลอกโปรแกรมไปจาก A โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก A  (ทั้งนี้ การที่โจทย์ระบุว่า B กับ A เป็นเพื่อนสนิทกัน อาจทำให้นิสิตผู้ตอบคำถามคิดว่า B ไม่ได้ละเมิดใดๆ ต่อ A)

                     3. นางสาว C อาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของ A (นำโปรแกรมนั้นไปก็อบปี้แจก หรือทำสำเนาไปใช้ต่อ ถือว่ามีความผิดฐาน ทำซ้ำและเผยแพร่) 
จากโจทย์ที่ว่า C นำไปใช้เองนั้น C ก็จะผิดจริยธรรม และอาจผิดกฎหมาย หากใช้งานในการโจมตีผู้อื่นในลักษณะเดียวกับที่ B กระทำกับ หรือ C จะมีความผิดตามกฎหมายสูงขึ้นไปอีก หาก C นำไปใช้กระทำความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์หลักๆ ของประเทศ หรือของธุรกิจอื่น หรือหน่วยงานอื่น (โอกาสที่ฝ่ายผู้เสียหายจะดำเนินการเอาผิดก็มีสูงขึ้นไปอีก) และ C มีความผิดตามกฎหมาย คือ C แจกจ่ายโปรแกรมโจมตี แจกจ่ายไฟล์โปรแกรมที่ไม่เหมาะสม แจกจ่ายไฟล์โปรแกรมที่ผิดกฎหมาย เป็นการเผยแพร่ไฟล์ข้อมูลที่สามารถนำไปสู่ความเสียหายต่อผู้อื่น หรือต่อความมั่นคงของประเทศชาติ มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์

            2)นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตำราต่างๆ อีกทั้ง รูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย K เป็นนักเรียน ในระดับประถมปลายที่ทำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J” การ กระทำอย่างนี้ ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย 
            ตอบ 
                    1.  นาย สร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้องลงในอินเทอร์เน็ต คือโลกแบน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบและเนื้อหาในการนำเสนอ หากนำเสนอในเชิงทฤษฎี หรือเชิงประวัติศาสตร์ เช่น นำเสนอข้อมูล เป็นแนวคิดหรือหลักการของบุคคล หรือสังคม หรือบางลัทธิ ในอดีต ที่กล่าวว่าโลกแบน เป็นต้น ไม่ได้สื่อข้อมูลเท็จชัดเจนว่าโลกแบนจริงๆ แต่อย่างใด อย่างนี้ก็ไม่น่าจะผิด  สำหรับการที่มีหลักฐานอ้างอิง หากอ้างอิงจากตำราที่มีอยู่จริง ข้อมูลในเล่มที่เชื่อถือได้ และตำรานั้นกล่าวไว้เช่นนั้นจริง ก็ไม่ผิดอีกเช่นกัน แต่จากโจทย์ มีผู้ที่เชื่อถือข้อมูลในเว็บของ ว่าโลกแบน  แสดงว่านาย J ต้องการจะสื่อข้อมูลเท็จให้ดูเสมือนว่าเป็นจริง คือ สื่อชัดว่าโลกแบนจริงๆ ไม่ได้บรรยายว่าเป็นแนวคิดหรือทฤษฎีของใคร(ในสมัยก่อน)แต่อย่างใด นาย J จึงผิดจริยธรรม เนื่องจากทำข้อมูลเท็จ พิมพ์ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง นำออกเผยแพร่ ทำให้ผู้อื่นที่ไม่ีมีความรู้ทั่วไป ที่ว่า "โลกกลม" หลงเชื่อ หรือเกิดความสับสน อีกทั้งยังอ้างตำราข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ (ซึ่งตำราอาจจะไม่มีจริง หรือในตำราอาจจะไม่ได้เขียนว่าอย่างนั้นจริง) ก็ยิ่งเป็นการหลอกลวงมากขึ้นไปอีก แต่ J ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เนื่องจากข้อมูลนั้นไม่ได้เป็นการหมิ่นประมาทหรือด่าทอบุคคลใด และข้อมูลนั้นไม่ได้ส่งผลเสียต่อการเมืองการปกครอง หรือเศรษฐกิจของประเทศแต่ประการใด เขาแค่จะสื่อว่าโลกแบนเท่านั้น ทั้งนี้ ในปัจจุบันเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปแล้วว่าแท้จริงนั้น "โลกกลม" หรือโลกไม่ได้แบนแต่อย่างใด ฉะนั้น หาก J สื่อข้อมูลเท็จชัดเจนว่าโลกแบน บุคคลที่มีวิจารณญาณดีก็ย่อมไม่เชื่อข้อมูลของนาย J หรืออย่างน้อยก็ต้องสงสัยในเนื้อหาของ J แล้วไปค้นหาดูในเสิร์ชเอนจิน เช่น google เป็นต้น ก็จะพบว่า "โลกกลม" หรือพบว่าเนื้อหาของ J  นั้นไม่ถูกต้อง
                  2. เด็กชาย K ไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจจะขาดความรู้ทั่วไป ที่ว่า "โลกกลม" จึงไม่เกิดความสงสัยในเนื้อหาของ หรือ K ไม่ได้สืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่งข้อมูล หรือหลายๆ เว็บไซต์ เด็กชาย K จึงได้อ่านแต่ข้อมูลเท็จของ J และนำข้อมูลเท็จที่ J ทำขึ้นไปใช้ในรายงาน ถ้ารายงานของ K นั้นเผยแพร่ไปยังที่อื่นๆ ด้วย ไม่ใช่ว่าแค่ทำส่งครูแล้วก็จบอยู่แค่นั้น K ก็จะผิดจริยธรรมเช่นเดียวกับนาย J แต่ทำผิดไปโดยไม่ได้เจตนา  แต่จากโจทย์ K เพียงแต่ทำส่งครูเท่านั้น ไม่ได้นำรายงานนี้ไปเผยแพร่ที่อื่น (เช่น นำรายงานนี้ไปให้เพื่อนลอก เป็นต้น) แต่อย่างใด K จึงไม่ผิดจริยธรรม


แบบฝึกหัด บทที่ 7

                                                             แบบฝึกหัด

           บทที่ 7                                                                                                    กลุ่มที่เรียน 4 
   รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                                   รหัสวิชา 0026 008 
   ชื่อ - สกุล นางสาวสุวรรณีย์  รันนันท์                                                           รหัส 56011217115   
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
           คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

           1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์ (Firewall) คือ  
                      เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) 
ที่มาจากเครือข่ายภายนอก (Internet) หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่ายสองเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไปแล้วแต่ระบบ

           2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm , virus computer, spy ware, adware มาอย่างน้อย 1 โปรแกรม
                    เวอร์ม (worm) หรือมาโครไวรัส (Macro Virus) หมายถึงโปรแกรมซึ่งเป็นอิสระจากโปรแกรมอื่น ๆ โดยจะแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่ายการแพร่กระจายจะคล้ายกับตัวหนอนที่เจาะไซหรือซอกซอนไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่น ๆ และแพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอก (Copy) ตนเองออกและส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป
           

           3. ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็นกี่ชนิด อะไรบ้าง 
                 ไวรัสคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ ได้แก่ Application viruses และ System viruses
                    1) Application viruses จะมีผลหรือมีการแพร่กระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ อาทิเช่น โปรแกรมประมวลผลคำ(Word Processeng) หรือโปรแกรมตารางคำนวณ เป็นต้น การตรวจสอบการติดเชื่อไวรัสชนิดนี้ทำได้โดยดูจากขนาดของแฟ้ม (File size) ว่ามีขนาดเปลี่ยนไปจากเดิมมาน้อยแค่ไหน ถ้าแฟ้มมีขนาดโตขึ้น นั่นหมายถึงแฟ้มดังกล่าวอาจได้รับการติดเชื้อจากไวรัสชนิดนี้แล้ว

                    2) System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือแพร่กระจายในโปรแกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ Operating systems) หรือโปรแกรมระบบอื่น ๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะแพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่อง


         4. ให้นิสิตอธิบายแนวทางในการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มาอย่างน้อย 5 ข้อ
                1) ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆอย่างน้อยปีละครั้ง
                2)  กำหนดสิทธิให้ผู้ใช้เข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
                3)  ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส
                4)  มีการเข้ารหัสข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์
                5)  มีการดูแลและตรวจตราข้อมูล แฟ้มข้อมูล รวมถึงการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ


        5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบัน ได้แก่
                 มาตรการทางคุณธรรมและจริยธรรม คือ การจัดระบบการให้การศีกษาแก่ผู้ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าไปทำกิจกรรมบนพื้นที่ไวเบอร์ในทางที่ถูกที่ควร



           

แบบฝึกหัด บทที่ 6

                                                              แบบฝึกหัด

           บทที่ 6                                                                                                    กลุ่มที่เรียน 4 
   รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                                   รหัสวิชา 0026 008 
   ชื่อ - สกุล นางสาวสุวรรณีย์  รันนันท์                                                           รหัส 56011217115   
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
           คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว
           1. การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
                 1. เทคโนโลยีสารสนเทศ
                 2. เทคโนโลยี
                 3. สารสนเทศ
                 4. พัฒนาการ

                ตอบ  2. เทคโนโลยี

          2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?   

                 1. ควบคุมเครื่องปรับอากาศ
                 2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
                 3. การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
                 4. การพยากรณ์อากาศ

                ตอบ  2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล

         3. การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม (ATM) เป็นลักษณะเด่นของเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?                 

                 1. ระบบอัตโนมัติ
                 2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย
                 3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการในหน่วยงานต่างๆ
                 4. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการทำงาน
                ตอบ   2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย

          4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?               
                1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
                2. บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต
                3. การติดต่อข้อมูลทางเครือข่าย
                4. ถูกทุกข้อ

               ตอบ   4. ถูกทุกข้อ

         5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
                1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
                2. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี
                3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ
                4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล

              ตอบ   3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับสารสนเทศ

         6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
                 1. เทคโนโลยีการสื่อสาร
                 2. สารสนเทศ
                 3. คอมพิวเตอร์
                 4. ถูกทุกข้อ

                ตอบ   4. ถูกทุกข้อ

          7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
                 1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
                 2. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน หรือสอบถามผลสอบได้
                 3. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้บุคคลทุกระดับติดต่อกันได้อย่างรวดเร็ว
                 4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ

                ตอบ   4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ

           8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
                 1. เครื่องถ่ายเอกสาร
                 2. เครื่องโทรสาร
                 3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์
                 4. โทรทัศน์ วิทยุ

               ตอบ   4. โทรทัศน์ วิทยุ

           9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
                 1. เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจ
                 2. พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และการสื่อสาร
                 3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
                 4. จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
                ตอบ   
3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์


           10. ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
                 1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน ผลการสอบได้
                          2. สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้
                 3. ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครู อาจารย์ หรือส่งงานได้ทุกที่
                 4. ถูกทุกข้อ
                ตอบ 4. ถูกทุกข้อ

แบบฝึกหัด บทที่ 5

                                                                แบบฝึกหัด

           บทที่ 5                                                                                                    กลุ่มที่เรียน 4 
   รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน                                   รหัสวิชา 0026 008 
   ชื่อ - สกุล นางสาวสุวรรณีย์  รันนันท์                                                           รหัส 56011217115   
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
           คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้
          1.  จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ
               ตอบ  การผลิต จัดเก็บ ประมวลผล ค้นหา และเผยแพร่ สารสนเทศโดยจัดให้มีระบบสารสนเทศ การกระจายของสารสนเทศ ทั้งภายในและภายนอกองค์การ โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆโดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการจัดการ รวมทั้งมีนโยบายหรือกลยุทธ์ระดับองค์การในการจัดการสารสนเทศ

         2.  การจัดการสารสนเทศมีความสําคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร
              ตอบ  ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อบุคคล
                 - ในการดำรงชีวิตประจำวัน บุคคลย่อมต้องการสารสนเทศหลายด้านเพื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น มีความก้าวหน้า และมีความสุข
                 - ในด้านระบบการศึกษา เอื้ออำนวยให้บุคคลสามารถเลือกระบบการศึกษา การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับบุคคลแต่ละคน สามารถเรียนรู้และศึกษาได้ตลอดเวลาตามความสนใจเฉพาะตน โดยไม่จำเป็นต้องสอบเข้าศึกษาตามสถาบันการศึกษาที่จัดระบบที่มีชั้นเรียนตลอดไป บุคคลสามารถเลือกศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา
                 - ในด้านการทำงาน บุคคลจำเป็นต้องใช้สารสนเทศทั้งที่เกี่ยวข้องกับองค์การ ภาระหน้าที่ ประกอบการทำงานทั้งระดับบริหารและระดับปฏิบัติการ 

                   ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์การ
                 - ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ   ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งกับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ทางเลือกในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ การกำหนดทิศทางขององค์การ ให้สามารถแข่งขันกับองค์การคู่แข่งต่างๆ ได้
                  - ความสำคัญด้านการดำเนินงาน  การเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน และหลักฐานที่บันทึกการดำเนินงานในด้านต่างๆ ตามที่หน่วยงานดำเนินการ
                  - ความสำคัญด้านกฎหมาย  การจัดการสารสนเทศเพื่อการดำเนินงาน จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับทั้งในระดับภายในและภายนอกองค์การ โดยเฉพาะสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ รวมทั้งมีการตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากหน่วยงานภายในองค์การ หรือจากหน่วยงานภายนอกตามกฎหมาย

         3. พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง
               ตอบ  แบ่งออกเป็น 2 ยุค คือ 
                 1. การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
                 2. การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

          4. จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง
               ตอบ  ระบบการลงทะเบียน ,
                        ด้านการเงินและธนาคาร บริการฝาก-ถอนเงินและการโอนเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ,
                        การเรียนออนไลน์ ,
                        การหาความรู้และการเรียนรู้เพิ่มเติมในสื่ออินเตอร์เน็ตต่างๆ

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การออกแบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่คาดว่าจะมีในอนาคต


Reading glasses 3D : แว่นตาอ่านหนังสือ 3 มิติ
"MAKE YOUR VIRTUAL BOOK WITH IT!!!" 


      "เปิดมุมมองและเพลิดเพลินไปกับโลกแห่งหยดหมึก"
              เครื่องตัวนี้ทำงานโดยการประมวณผลข้อมูลที่ได้จากตัวอักษร มาถ่ายถอดในรูปแบบที่เราสามารถเลือกออกแบบการนำเสนอข้อมูลออกมาได้ 
จะมีตัวประมวลผลข้อมูล 2 ตัวคือ
1.ตัวเครื่องที่เป็นตัวรับข้อมูลและส่งข้อมูลนั้นไปยังตัวแว่นตา
2.ตัวแว่นตาที่เป็นตัวแสดงผลข้อมูล โดยแสดงออกมาในรูปแบบภาพ 3 มิติ              
              โดยการนำข้อมูลที่เป็นไฟล์อักษร หรือ ข้อมูลจากหนังสือโดยผ่านการแสกนอักษรเพื่อให้ได้ข้อมูลออกมาในรูปแบบภาพ 3 มิติ เราสามารถเลือกรูปแบบการนำเสนอออกมาได้ว่าจะให้ออกมาในลักษณะไหน เช่น เป็นรูปแบบอักษร ภาพเคลื่อนไหว เสียงหรือแม้กระทั่งออกมาในรูปแบบของตัวละครที่มาจากการออกแบบคาแร็กเเตอร์ตัวเดินเรื่องในหนังสือแต่ละเล่มที่เราสามารถเลือกที่จะออกแบบเองได้ ทำให้เราสนุกเพลิดเพลินและมีมุมมองที่กว้างขึ้นจากการอ่านหนังสือโดยใช้แว่นตาอ่านหนังสือ 3 มิตินี้เข้ามาเป็นตัวช่วยเติมเต็มจินตนาการของคุณให้สมบูรณ์
             "ด้วยหนังสือทุกๆเล่ม คนที่อ่านหนังสือทุกคนอาจไม่ได้เข้าใจเรื่องราวในรูปแบบที่เหมือนกัน ดังนั้นแว่นตาอ่านหนังสือ 3 มิตินี้ก็เปรียบเสมือนปากกาที่ตัวคุณเป็นคนกำหนดวาดเรื่องราวที่แสดงความเป็นตัวคุณออกมานั่นเอง!!!"

วันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

            ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะหันไปทางใด เทคโนโลยีล้วนแล้วแต่เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการดำรงชีวิต การอุปโภคบริโภค การเรียน การทำงาน การติดต่อสื่อสาร รวมไปถึงภาคอุตสาหกรรมทั้งทางด้านการผลิต การขนส่ง การขายสินค้าต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของทุกคน ทำให้ทุกวันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตอยู่ของคนปัจจุบัน
            แต่อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าเทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันของทุกคนมีความสะดวกสบายยิ่งขึ้น แต่ในการใช้งานก็มีทั้งผลกระทบทางด้านบวกและด้านลบ
            ตัวอย่างเช่น
            ผลกระทบทางด้านบวก
             - ด้านความสะดวกสบายของมนุษย์ 
               เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมให้มี ประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มนุษย์มีเวลาว่างเพื่อใช้ในทางที่เกิดประโยชน์มากขึ้น มีเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ให้ติดต่อกันได้สะดวก มีระบบคมนาคมขนส่งที่รวดเร็วสามารถใช้โทรศัพท์ในขณะเดินทางไปมายังที่ต่าง ๆ มีอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งเพื่อการทำงานและการพักผ่อนหย่อนใจ

             - ด้านอุตสาหกรรมการขนส่งและ Logistic
               เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการทำงานทางด้านข้อมูลหรือสารสนเทศ ทำให้ผู้ใช้เกิดความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นทำให้สายธุรกิจขนส่งและการผลิตที่ต้องเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือวัตถุดิบต่างๆสามารถกระชับกระบวนการดำเนินการ ลดความวุ่นวาย เวลาในการดำเนินการ และสะดวกต่อการวางแผนงานทั้งภายในองค์การและระหว่างพันธมิตรธุรกิจที่ต้องพึ่งพาอาศัยกันลงไปได้มาก

            - ด้านการส่งเสริมสุขภาพและทางการแพทย์
              คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ 
ทำให้กิจการด้านการแพทย์เจริญก้าวหน้าขึ้นมากปัจจุบันโรงพยาบาล
หลายๆแห่งมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการรักษามากขึ้น เข่น การนำเทคโนโลยี Self - Monitoring เข้ามาใช้ในการตรวจรักษาและติดตามความคืบหน้าอาการของผู้ป่วยจากระยะไกล มีเทคโนโลยีเซ็นเซอร์วัดผลที่มีประสิิทธิภาพและมีขนาดเล็กซึ่งสามารถทำงานเชื่อมต่อเพื่อส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์สื่อสารอย่างโทรศัพย์เคลื่อนที่ Smart Phone หรือผ่านเครือข่าย WLAN สำหรับส่งข้อมูลการรักษากลับยังแพทย์เจ้าของไข้ หรือโรงพยาบาล เพื่อใช้ในการติดตามอาการและให้คำแนะนำ เป็นต้น

            - ด้านพลังงาน
              เทคโนโลยีที่ใช้ในด้านพลังงานนั้นมีการใช้อย่างมากหลาย ทั้งในภาคครัวเรือน ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสหกรรม ทั้งการผลิตและการขนส่งต่างๆก็ล้วนแล้วแต่ใช้พลังงานด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งในรูปของอุปกรณ์ตรวจวัดและควบคุมการใช้พลังงานไฟฟ้าในครัวเรือน ไปจนถึงระบบควบคุมและบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าของผู้ผลิตและจัดส่งพลังงานไฟฟ้า การจัดการการผลิตให้เหมาะสมกับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ซึ่งมีผลทำให้ลดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการผลิตพลังงาน(อาทิ เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ล้วนแล้วแต่มาจากการใช้เทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นมากในปัจจุบัน(ขวัญกมล สาระบุตร.2545:30)

            - ด้านอุตสาหกรรมการผลิต 
              การผลิตสินค้าในปัจจุบันต้องการผลิตสินค้าจำนวนมาก มีคุณภาพมีมาตรฐาน ซึ่งในปัจจุบันใช้เครื่องจักรทำงานอย่างอัตโนมัติ สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง สินค้าที่ได้มีคุณภาพและปริมาณพอเพียงกับความต้องการของผู้บริโภค ปัจจุบันมีความพยายามที่จะสร้างหุ่นยนต์ให้เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมการผลิต เช่น การผลิตรถยนต์

            - ด้านเศรษฐกิจ
              เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง เทคโนโลยีจำเป็นต่ออุตสาหกรรม กิจการค้า ธุรกิจต่าง ๆ กิจการทางด้านธนาคาร ช่วยส่งเสริมงานทางด้านเศรษฐกิจ ทำให้กระแสเงินหมุนเวียนได้อย่างกว้างขวาง ผู้ผลิตในสายอุตสาหกรรมจะผลิตสินค้าได้มาก ลดต้นทุน ผู้บริโภคก็มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอยมาก ธุรกิจโดยรวมจำเป็นต้องอาศัยการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน มีการสื่อสารเกี่ยวข้องกันเกิดระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์

            - ด้านสติปัญญาของมนุษย์
              มีการนำเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาจำลองเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้มนุษย์หาทางศึกษาหรือแก้ไขปัญหาเช่น การจำลอง สภาวะของสิ่งแวดล้อม การจำลองระบบมลภาวะ จำลองการไหลของของเหลว การควบ คุมระบบการจราจร หรือแม้แต่การนำเอาคอมพิวเตอร์มาจำลองในสภาพที่เหมือนจริง เช่น จำลองการเดินเรือ จำลองการขับเครื่องบิน การขับรถยนต์ สิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เหมือนจริงได้หากมีการผิดพลาดก็ไม่ทำให้เกิดอันตราย คอมพิวเตอร์จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนรู้ของมนุษย์ได้ดี ปัจจุบันมีการนำบทเรียนมาไว้ในคอมพิวเตอร์เรียกว่า คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction : CAI)และคอมพิวเตอร์ยังเป็นเครื่องมือให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา สมัยใหม่เชื่อมโยงติดต่อทางอินเทอร์เน็ต สามารถเรียกค้นข้อมูลข่าวสารผ่านทางเครือข่าย สามารถเรียนรู้การใช้คอมพิวเตอร์หรือเรียนจากที่ห่างไกลได้ถือเป็นหนทางที่ทำให้เกิดสติปัญญาอย่างแท้จริง(ไพโรจน์ ไววานิชกิจ.2557:32)

             - ด้านการสื่อสารและความเข้าใจอันดีระหว่างกัน
               การสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ช่วยย่นย่อโลกให้เล็กลง โลกมีสภาพไร้พรมแดน มีการเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันมากขึ้น เกิดความเข้าใจอันดีระหว่างกัน ทำให้ลดปัญหาในเรื่องความขัดแย้ง ทำให้สังคมไร้พรมแดนมีความเป็นอยู่แบบรวมกลุ่มประเทศมากขึ้น

            - ด้านประชาธิปไตย 
              ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีการใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศเพื่อกระจายข่าวสาร เพื่อให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของกระจายระบบประชาธิปไตย แม้แต่การเลือกตั้งก็มีการใช้คอมพิวเตอร์รวมผลคะแนน ใช้สื่อโทรทัศน์วิทยุแจ้งผลการนับคะแนนที่ทำให้ทราบผลได้รวดเร็ว


            ผลกระทบทางด้านลบ
            นับตั้งแต่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีเป็นไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งหมายถึงการใช้เทคโนโลยีไปในด้านต่างๆ ซึ่งแน่นอนย่อมต้องมีทั้งคุณและโทษ ภาพยนตร์หลายเรื่องได้สะท้อนความคิดของการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในทางลบ ผลกระทบในทางลบเหล่านี้บางอย่างเป็นเพียงการคาดคะเนยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่อย่างไรก็ตามย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้
             ตัวอย่างเช่น
             - ด้านความเจ็บป่วยทางกาย
               เป็นอาการของผู้ใช้ที่เกิดขึ้นกับอวัยวะต่างๆของร่างกาย ซึ่งเกิดจากการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเวลานานเกินไป ขาดการทำกิจกรรมอื่นๆ หรือการออกกำลังกายที่เหมาะสม

             - ด้านความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่เสื่อมถอย
               การใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องเห็นตัว การใช้งานคอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การเล่นเกมที่มีลักษณะการใช้งานเพียงคนเดียว ทำให้ความสัมพันธ์กับผู้อื่นลดน้อยลง ผลกระทบนี้ทำให้มีความเชื่อว่ามนุษยสัมพันธ์ของบุคคลจะน้อยลง สังคมใหม่จะเป็นสังคมที่ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยกันมาก

             - ด้านความวิตกกังวล 
               ผลกระทบนี้เป็นผลกระทบทางด้านจิตใจของกลุ่มบุคคลบางกลุ่มที่มีความวิตกกังวลว่าคอมพิวเตอร์อาจทำให้คนตกงานมากขึ้น มีการใช้งานหุ่นยนต์มาใช้งานมากขึ้น มีระบบการผลิตที่อัตโนมัติมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้ แรงงานอาจว่างงานมากขึ้น ซึ่งความคิดเหล่านี้จะเกิดกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น แต่ถ้าบุคคลเหล่านั้นสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีหรือมีการพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถสูงขึ้นแล้วปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น

             - ด้านค่าใช้จ่าย
               ราคาของอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศสูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการใช้งานเพิ่มขึ้นด้วย เช่น การรับและส่งข้อมูลด้วยสัญญาณโทรศัพท์แบบ 3G มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรับและส่งข้อมูลด้วยสัญญาณโทรศัพท์แบบ WI-FI การรับและส่งข้อมูลด้วยความเร็วสูงจะมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นตามอัตราความเร็วนั้น

             - ด้านความเสี่ยงภัยทางด้านธุรกิจ
               ธุรกิจในปัจจุบันจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดของธุรกิจฝากไว้ในศูนย์ข้อมูล เช่น ข้อมูลลูกหนี้การค้า ข้อมูลสินค้า และบริการ ต่างๆหากเกิดการสูญหายของข้อมูลอันเนื่องมาจากเหตุอุบัติภัย เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือด้วยสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้ข้อมูลหายย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรง

             - ด้านอาชญากรรม 
               เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถนำมาใช้ในการก่อให้เกิด
อาชญากรรมได้ โจรผู้ร้ายใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศในการวางแผนการปล้น วางแผนการโจรกรรม มีการลักลอบใช้ข้อมูลข่าวสาร มีการโจรกรรมหรือแก้ไขตัวเลข บัญชีด้วยคอมพิวเตอร์ การลอบเข้าไปแก้ไขข้อมูลอาจทำให้เกิดปัญหาหลาย อย่าง เช่น การแก้ไขระดับคะแนนของนักเรียน การแก้ไขข้อมูลในโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษาพยาบาลคนไข้ผิด ซึ่งเป็นการทำร้ายหรือฆาตกรรมดังที่เห็นใน ภาพยนตร์

              - ด้านการพัฒนาอาวุธ
                ประเทศที่เป็นต้นตำรับของเทคโนโลยีสามารถนำเอาเทคโนโลยีไปใช้ในการสร้างอาวุธที่มีอานุภาพการทำลายสูง ทำให้หมิ่นเหม่ต่อสงครามที่มีการทำลายสูงเกิดขึ้นได้

              - ด้านวัฒนธรรมและกระจายข่าวสารที่ไม่เหมาะสม
                คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด การนำมาใช้ในทางใดจึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้ จริยธรรมการใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ดังเช่น การใช้งานอินเทอร์เน็ตมีผู้สร้างโฮมเพจหรือสร้างข้อมูลข่าวสารในเรื่องภาพที่ไม่เหมาะสม เช่น ภาพอนาจาร หรือภาพที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการปลอมแปลงระบบจดหมายเพื่อส่งจดหมายถึงผู้อื่นโดยมีเจตนากระจายข่าวที่เป็นเท็จ ซึ่งจริยธรรมการใช้งานเครือข่ายเป็นเรื่องที่ต้องปลูกฝังกันมาก(ทศพนธ์ นรทัศน์.2557:34)

             เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สำคัญในทุกวงการ มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลกด้านความเป็นอยู่ สังคม เศรษฐกิจ การศึกษา การแพทย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การเมือง ตลอดจนการวิจัยและการพัฒนาต่างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะทั้งด้านบวกและด้านลบ ล้วนแล้วแต่เกิดจากการใช้งานของผู้ใช้งานทั้งสิ้น ดังนั้นเราในฐานะของผู้ใช้งานควรรู้หลักในการใช้งานให้เหมาะสม เพื่อให้เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประโยชน์นี้เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง






                                                                บรรณานุกรม

ขวัญกมล สาระบุตร.  "พัฒนาเทคโนโลยีอย่างไรให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน", นักบริหาร.
               22(3) : 29-33 ; กรกฎาคม - กันยายน 2545.
ไพโรจน์ ไววานิชกิจ.  "ปฐมบทโลกกว้าง Internet of Things", Micro Computer.
              32(343) : 29-34 ; กุมภาพันธ์ 2557.
ทศพนธ์ นรทัศน์.  "ความพร้อมของปัจจัยพื้นฐานในการรับรอง Internet of Things ในประเทศไทย", 
              Micro Computer.  32(343) : 35-39 ; กุมภาพันธ์ 2557.